ประวัติ นายบัณฑูร จิระวัฒนากูล ผู้ก่อตั้งสวนส้มธนาธร



นายบัณฑูร จิระวัฒนากูล เป็นบุตรชายคนโตของนายชุ่นเส็ง และนางม่วยนี้ แซ่เล้า เกิดที่ ตำบลบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เมื่อ พ.ศ. 2485 บิดา มารดา มีอาชีพทำสวนผัก มีพี่น้องรวม 12 คน ชาย 5 คน หญิง 7 คน นายบัณฑูร เรียนหนังสือได้ไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก็ได้ลาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำสวนผัก และค้าขาย และยังเหมาซื้อผักของสวนที่ใกล้เคียงไปส่งขายให้แม่ค้าที่ตลาด
                ปี 2504 นายบัณฑูร ได้ย้ายตามบิดาขึ้นมาทำสวนผักที่ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อว่างจากส่งผักที่ตลาด ก็หัดทำข้าวเกรียบกุ้งขายตามหมู่บ้าน และเขตใกล้เคียงโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะ และรู้จักเจ้าของสวนลำไยจึงติดต่อซื้อลำไยจากเจ้าของสวนนำมาบรรจุเข่งส่งขายกรุงเทพฯ  และรับผลไม้จากกรุงเทพฯ มาจำหน่ายส่งให้แก่พ่อค้า แม่ค้าในตลาดที่เชียงใหม่ โดยอาศัยขนส่งทางรถไฟ ช่วงปี 2504 การเดินทางจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เป็นปัญหาต่อการขนส่ง ผลไม้เกิดเน่าเสียทำให้ขาดทุน และหยุดกิจการไป
                ต่อมาจึงหันมาซื้อของตามท้องถิ่นขาย เช่น ส้ม ของสวนวังน้ำค้าง สวนสุวิมล (สวนดอยทอง) และสวนที่ใกล้เคียง โดยรับซื้อจากสวน และนำมาขายส่งที่ เชียงใหม่ ลำปาง
                ปี 2506 นายบัณฑูร ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ในจังหวัดเชียงใหม่ ค่ายกาวิละ เข้าประจำการจนครบ 2 ปี นายบัณฑูรรู้สึกว่าเป็นการโชคดีที่ได้เป็นทหารเกณฑ์ เนื่องจากทำให้รู้จักระเบียบ วินัย สะอาด อดทน รู้ขั้นตอนการทำงาน เป็นการเรียนรู้การได้อยู่ร่วมกัน ความสามัคคี จากจุดนี้ทำให้นายบัณฑูร ได้มีแนวคิดในการจัดระบบการบริหารงานองค์กร
               ปี 2511 ได้สมรสกับนางสายจิต วัฒนการ มีบุตร 2 คนคือ นางสาวธนาธร จิระวัฒนากูล และนายบรรจง จิระวัฒนากูล โดยยังประกอบอาชีพ
ค้าขายผัก และเอารถ 4 ล้อไปแลกซื้อรถ 6 ล้อ วิ่งรับจ้างซื้อกะหล่ำปลีไปขายทางภาคอีสาน ซึ่งต้องเป็นคนขับรถเอง โดยมีลูกน้องอีก 1 คน
             ปี 2512 ภาคอีสานเป็นฐานทัพอเมริกา จึงเอาผักไปขายให้ทหารอเมริกัน แล้วได้รู้จักคุณประยูร พลพัฒน์พงศ์ เจ้าของบริษัท เอ เอ เบเกอรี่ ต่อมาได้เป็นคู่ร่วมค้า และสนับสนุนช่วยเหลือนายบัณฑูร เกี่ยวกับสินค้าเกษตร โดยว่าจ้างให้ปลูกพืชผัก มะเขือเทศ ส่งค่ายอเมริกัน ถึงแม้ผลผลิตจะเสียหายไม่ครบตามสัญญา ก็ไม่เคยทอดทิ้งกันจนถึงปัจจุบัน
            ปี 2516 เริ่มมีการทำปลาทะเลแช่แข็งมาขายในจังหวัดเชียงใหม่ นายบัณฑูรเห็นว่าอนาคตน่าจะไปได้ไกล จึงรวบรวมเงินจากพี่น้อง ทำปลาทะเลแช่แข็งขายสด และแปรรูป โดยวิธีการนึ่ง กิจกายขยายไปในหลายจังหวัด ระยะแรกกิจการค้าดี ต่อมาเริ่มมีคู่แข่ง จากที่เคยซื้อพ่อค้าเอกชน ก็หันไปซื้อกับองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น แต่คุณภาพของปลาที่องค์การฯ สดสู้ของเอกชนไม่ได้ ทำให้ต้องพยายามต่อสู้ ปรับปรุงวิธีการจำหน่าย และเข้าไปซื้อปลาสดจากชาวประมงเอง
                ปี 2518 เกิดข่าวปลาทะเลมีพยาธิ และการแข่งขันทางการตลาดมีมาก ทำให้ปลาทะเลขายไม่ได้ จนต้องเลิกกิจการ เป็นหนี้องค์การอุตสาหกรรมและโดนฟ้องร้อง
                หลังจากนั้นกลับบ้านที่เชียงใหม่ ยึดอาชีพการซื้อส้มในท้องถิ่น เป็นทั้งลูกค้า และคนงานสวน การเข้าไปคลุกคลีในสวน ทั้งสวนส้มวังน้ำค้าง และสวนส้มสุวิมล ทำให้รู้ปัญหา และตลาด เกิดแรงบันดาลใจอยากทำสวนส้มเป็นของตนเอง
            ปี 2519 ได้มาที่อำเภอฝาง และมีโอกาสชักชวนเถ้าแก่สวนส้มสุวิมล ขอเข้าร่วมทุนซื้อที่ดินจำนวน 66 ไร่ ที่บ้านห้วยไคร้ ตำบลแม่สูน เถ้าแก่ฯให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ต่อมาเถ้าแก่ฯ ได้ขอถอนตัวในการเข้าหุ้นแต่ก็ยังให้ความช่วยเหลือ เรื่องการเงิน การทำสวนส้มในตอนนั้นจะใช้ปุ๋ยชนิดดี จึงไปซื้อปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง ที่บริษัทโรจน์กสิกิจ ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่ปากคลองตลาดซื้อจำนวน 40 กระสอบ เมื่อทางบริษัทโรจน์ฯ ทราบว่าจะนำไปใช้ในเชียงใหม่ จึงติดต่อให้เป็นตัวแทนจำหน่ายที่เชียงใหม่ เพราะกำลังหาตัวแทนจำหน่ายอยู่พอดี ในปีแรกสวนส้มได้เงินจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยมาขยาย และปรับปรุง พอปีที่สอง การค้าปุ๋ยเริ่มมีปัญหา เรื่องหนี้สินที่ปล่อย เก็บเงินไม่ได้บ้าง เงินบางส่วนเอาไปลงสวนส้ม และต้องถือเป็นพระคุณของ คุณประวิทย์ (เถ้าแก่ปุ๋ยเรือใบ) ที่ให้ความเห็นอกเห็นใจ ยอมให้นายบัณฑูรเป็นหนี้จำนวนมาก พร้อมยังให้กำลังใจนายบัณฑูร ต่อสู้อุปสรรค นายบัณฑูรโชคดีมากที่เจอผู้อุปการะที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นายบัณฑูรมีโอกาส และเข้าใจถ่องแท้ว่า การตั้งใจจริงที่จะทำงานซื่อตรงต่ออาชีพตัวเอง ต่อสู้ปัญหา ความพยายามจะไม่สูญเปล่า จะช้าหรือเร็ว อยู่ที่จังหวะ อย่าท้อถอย
หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มในปีแรกแล้ว นายบัณฑูรก็ขยายสวนส้มต่อไปอีก โดยการซื้อที่บริเวณใกล้เคียงเพิ่มครั้งละ 20-30 ไร่ ปลูกส้มเขียวหวานเพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัจจุบันสวนห้วยไคร้ปลูกส้มเขียวหวาน (ผิวทอง) ประมาณ 150 ไร่ และมีการปลูกมะม่วงบ้างเล็กน้อย
                ปี 2527 ได้ทำการเช่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำฝาง เขตตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จำนวน 701 ไร่ ขยายการปลูกส้มช่วงแรกเป็นส้มเขียวหวาน ต่อมาได้มีโอกาสไปดูงานต่างประเทศ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย จีนแดง ญี่ปุ่น อเมริกา ได้ศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนการใช้ต้นตอของส้มชนิดอื่นๆมาทำการติดตา และเสียบยอด เพื่อช่วยให้ต้นส้มมีอายุยืน ติดผลดี รสชาดดี ยังทำการวิจัยเกี่ยวกับส้มพันธุ์ไหนที่เหมาะจะปลูกส้มเขียวหวาน (ผิวทอง) เพื่อที่จะให้ผู้บริโภคในประเทศได้บริโภคของดี ราคาถูก พร้อมทั้งพยายามหาพันธุ์ส้มที่ตลาดต่างประเทศต้องการและสามารถปลูกในประเทศไทยได้  เพื่อสามารถส่งออก และเป็นการช่วยเกษตรกรไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด ในปัจจุบันสวนส้มธนาธรมีพันธุ์ส้มทั้งหมดเกือบ 40 พันธุ์ที่อยู่ในระหว่างการทดลอง และขยายสายพันธุ์ส้มต่างๆ ที่ได้มาจากอิสราเอล ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และมีบางส่วนที่ทำการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์เอง
                จากผลงาน และความสามารถของนายบัณฑูร ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2536 สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ จึงได้มอบปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิชาพืชศาสตร์ ให้แก่นายบัณฑูร ซึ่งนับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่แก่ชีวิต เป็นรางวัลชีวิตภาคภูมิใจเป็นที่สุด
                และในวันที่ 27 กุมภาพันธุ์ 2543 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชศาสตร์ ให้แก่นายบัณฑูร จิระวัฒนากูล ซึ่งก็สร้างความภาคภูมิใจในชีวิตการทำงานเป็นอย่างยิ่ง




สำนักงานใหญ่ สวนส้มธนาธร ตู้ ปณ.72 อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110
โทรศัพท์ (053)346554-6 /(053)883392-7/(053)883420-2
โทรสาร (053)346598/(053)883833