แหล่งปลูก สภาพพื้นที่

  1. พื้นที่ดอนและที่ลุ่ม ไม่มีน้ำท่วมขัง
  2. ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 750 เมตร
  3. ความลาดเอียงไม่เกิน 12 %
  4. ห่างไกลจากแหล่งมลพิษ
  5. ห่างไกลจากแหล่งปลูกส้ม ที่มีการระบาดของโรค
    อย่างน้อย 10 ก.ม.
  6. การคมนาคมสะดวก สามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาด
    หรือโรงงานได้อย่างรวดเร็ว





ลักษณะดิน

  1. ดินร่วนหรือร่วนปนทราย
  2. ความอุดมสมบูรณ์สูง มีปริมาณอินทรีย์วัตถุไม่น้อยกว่า 3%
  3. มีการระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี
  4. ความลึกของระดับหน้าดินไม่น้อยกว่า 70 ซ.ม.
  5. ค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5 – 6.5
  6. ระดับน้ำใต้ดินมากกว่า 1 เมตร

สภาพภูมิอากาศ

  1. อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตประมาณ 26 – 32 องศาเซลเซียส
  2. ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอประมาณ 1,000 – 1,200 ม.ม. ต่อปี
  3. แสงแดดจัด และมีปริมาณแสงไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน
  4. อุณหภูมิที่แตกต่างระหว่างช่วงกลางวันกลางคืนควรอยู่ระหว่าง 20 – 25 องศาเซลเซียสเหมาะสำหรับการขยายลูก
  5. อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนสีของส้ม ควรอยู่ที่ประมาณ 15 องศาเซลเซียส
  6. ความเร็วลม ประมาณ 25 ก.ม./ ชม. สามารถสร้างความเสียหายแก่ผลส้ม ใบ และกิ่งก้านได้ ควรมีการสร้างแนวกันลม




แหล่งน้ำ

  1. ค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5 – 7.0
  2. มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ตลอดปี
  3. ควรที่จะมีการตรวจสอบแหล่งน้ำก่อนการเพาะปลูกว่าเป็นน้ำสะอาด ปราศจากสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีพิษปนเปื้อน

การเลือกพันธุ์

  1. มีลักษณะตรงตามพันธุ์
  2. ให้ผลผลิตสูงมีคุณภาพตรงตามที่ตลาดต้องการ
  3. ปลอดจากโรค เช่น กรีนนิ่ง ทริสเทซ่า และโรครากเน่าโคนเน่า เป็นต้น
  4. เจริญเติบโตดี เหมาะสมกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ

การดูแลรักษา
การให้ปุ๋ย

  1. วิเคราะห์ดินอย่างน้อย  ครั้งต่อปี เพื่อให้ได้ปุ๋ยตามสูตรและอัตราที่เหมาะสม
  2. ถ้าค่าความเป็นกรดด่างต่ำกว่า 5.5 ควรใส่ปูนขาว หรือ โดโลไมต์ หรือเปลือกหอยเผา หรือปูนมาร์ล ในอัตรา 1 –2 กก. ต่อต้น โดยหว่านให้สม่ำเสมอรอบทรงพุ่ม ปีล่ะ 1-2 ครั้งในฤดูแล้ง แล้วให้น้ำตาม
  3. ต้องมีการใส่ปุ๋ยคอกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยจะมีการใส่ ขี้วัวรอบทรงพุ่ม และใส่กากปาล์ม เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินทำให้ดินร่วนซุยขึ้น ทำให้รากส้มสามารถดูดธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินไปใช้ได้ และมีการใส่ กระดูกป่นเพื่อเพิ่ม แคลเซียมในดิน

สุขลักษณะและความสะอาด

  1. เก็บวัชพืชและเศษพืชโดยเฉพาะที่เป็นโรค เผาทำลายนอกแปลงปลูก
  2. อุปกรณ์ ได้แก่ มีด จอบ เลื่อย กรรไกรแต่งกิ่ง ภาชนะเก็บผลผลิต เครื่องพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หลังใช้งานแล้วต้องทำความสะอาด หากเกิดการชำรุด ต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  3. เก็บสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีที่ปลอดภัย และปิดกุญแจโรงเก็บ


การเก็บเกี่ยว

  1. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ส้มว่ามีระยะการเก็บเกี่ยวเท่าไร เช่น ส้มสายน้ำผึ้งอายุการเก็บเกี่ยว  10 เดือน ฟรีมองต์อายุการเก็บเกี่ยว  9 เดือน ธนาธรนัมเบอร์วันอายุการเก็บเกี่ยว  11–12 เดือน
  2. ผิวส้มมีสีเขียวอมเหลือง หรือสีเหลืองเข้ม ความแข็งของผลลดลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูกและฤดูกาล
  3. วัดค่าความหวาน ต้องมากกว่า 10 Brix (ตามฤดูกาล)


วิธีการเก็บเกี่ยว

  1. ใช้กรรไกรตัดที่ก้านผล ไม่ควรดึงหรือเด็ด เพราะจะทำให้ขั้วฉีดเป็นแผลและเน่าเสียง่าย ห้ามตัดก้านผลยาว ให้ตัดติดขั้วเพื่อป้องกันขั้วแทงลูก
  2. ห้ามเก็บส้มตอนฝนตก น้ำค้างมาก
  3. ห้ามเทส้มในถุงใส่ส้มจากที่สูง
  4. ห้ามวางส้มตากแดด ใช้ตะกร้าที่สะอาด และต้องส่งเข้าโรงคัด บรรจุภายในวันเดียวกับที่เก็บ

วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
    ขั้นตอนการล้าง คัด และการบรรจุผลส้ม
    เก็บเกี่ยวส้ม ขนย้ายส้มจากสวนเข้าโรงคัดบรรจุ
           
                                              ขนย้ายส้มจากสวนเข้าโรงคัด                                          บรรจุ
ผ่านถังแช่น้ำยาล้างเชื้อ                                       
   
                                                      

                                                                                                  ล้างด้วยแปรงและสบู่
 
                             
                              

                                                                                                              
เป่าแห้ง

                              
                                                     แวกซ์์ด้วย แวกซ์์ธรรมชาติ (carnauba wax)
-เป่าแห้ง อุณหภูมิประมาณ 40 C
                                                        คัดคุณภาพครั้งแรก
-ผ่านกล้องวัดขนาด – ชั่งน้ำหนักเพื่อแยกขนาด 

                                                                                บรรจุใส่กล่องหรือถุงตาข่าย
- จัดใส่พาเลท

                                        

                                                                                                         ขนส่งสู่ตลาด

                                                      
                                                                                                  
การคัดเลือก การเก็บรักษาและการบรรจุ
  1. คัดเลือกผลไม่ที่ไม่มีคุณภาพออก
  2. คัดขนาดตามน้ำหนักและเส้นผ่าศูนย์กลางโดยเครื่องจักรที่ทันสมัย
  3. การแวกส์ส้มจะช่วยลดการคายน้ำของผลส้ม ยืดอายุการเก็บรักษา และทำให้ผลส้มมันวาวมากขึ้น อาจผสมสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น อิมาซาริล หรือ ไธอะเบนดาโซล เข้มข้น 0.05-0.1% สารออกฤทธิ์ หรือใช้ทั้งสองสารผสมกันก็ได้
  4. บรรจุผลส้มในกล่องแยกชั้นและแต่ละลูกโดยกระดาษลูกฟูก บรรจุในถุงตาข่ายก่อนใส่ลงกล่องแบบพวงและแบบแถว
  5. ระหว่างขนส่งหรือรอจำหน่าย ควรเก็บไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิ 8-9 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 85-90% จะยืดอายุได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  6. รถขนส่งผลผลิตต้องสะอาด ไม่ควรใช้รถบรรทุกดิน สัตว์ ปุ๋ย และสารเคมีเพราะอาจมีการปนเปื้อน ยกเว้น จะมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสมก่อนนำมาใช้
  7. ตะกร้าส้มควรมีการทำความสะอาด โดยการล้าง
  8. ควรส่งผลผลิตในช่วงเช้าหรือเย็น หรือเวลากลางคืน หรือบรรทุกในตู้คอนเทรนเนอร์ที่ปรับอุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส

    มีการบันทึกการปฏิบัติงานในขั้นตอนการผลิตทุกระยะ
    เพื่อการตรวจสอบหากเกิดข้อบกพร่องขึ้น เพื่อที่จะสามารถแก้ไขได้ทัน
 
สำนักงานใหญ่ สวนส้มธนาธร ตู้ ปณ.72 ฝาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110
โทรศัพท์ (053)346554-6 /(053)883392-7/(053)883420-2
โทรสาร (053)346598/(053)883833